EASY SPRING IN TURKEY

คัปปาโดเกีย สามารถซื้อทัวร์เสริม ขึ้นบอลลูน ปามุคคาเล่ หรือ ปราสาทปุยฝ้าย ของ ม้าไม้จำลอง แห่งเมืองทรอย ชมโชว์ ระบำหน้าท้อง สไตล์พื้นเมือง ล่องเรือช่องแคบบอสฟอรัส ชมพระราชวังโดลมาบาห์เช วิหารเซนต์โซเฟีย + ช้อปปิ้งตลาดสไปซ์ พิเศษ!!! แถมฟรี พวงกุญแจที่ระลึก และชาแอปเปิ้ลชื่อดัง
ราคาเริ่มต้น / ท่าน THB43,900
  • ตั๋วเครื่องบิน
  • ช็อปปิ้ง
  • รับส่งสนามบิน
  • ไกด์นำเที่ยว
  • ที่พัก

รายละเอียดทัวร์

ดาวน์โหลดโปรแกรมทัวร์

วันที่ 1 กรุงเทพฯ – อิสตันบูล (บินตรง)
 
18.30 น.      คณะพร้อมกัน ณ อาคารผู้โดยสารขาออก ชั้น 4 ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ เคาน์เตอร์ U
ของสายการบิน Turkish Airlines (TK) พบเจ้าหน้าที่คอยให้การต้อนรับและอำนวยความสะดวกด้านสัมภาระและบัตรขึ้นเครื่อง

21.45 น.      ออกเดินทางสู่ ท่าอากาศยาน อตาเติร์ก เมืองอิสตันบูล ประเทศตุรกี โดยเที่ยวบินที่ TK65 สายการบิน Turkish Airlines บริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่อง

 
วันที่ 2 อิสตันบูล – ชานัคคาเล่ – ม้าไม้จำลองเมืองทรอย
 
 
04.00 น.       เดินทางถึง ท่าอากาศยาน อตาเติร์ก เมืองอิสตันบลู ประเทศตุรกี  ผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร พร้อมรับกระเป๋าสัมภาระ   
 
เช้า                  รับประทานอาหารเช้า ณ ภัตตาคาร (1)

นำทุกท่านเดินทางสู่เมือง ชานัคคาเล่ (Canakkale) ระยะทางประมาณ 400 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4 ชั่วโมง เมืองชานัคคาเล่เป็นเมืองศูนย์กลางทางการค้า และชุมทางการเดินรถ ทั้งยังเป็นที่ขนถ่ายสินค้าจากเอเชียสู่ยุโรป ในสมัยสงครามโลกครั้งที่ 1 ชานัคคาเล่เป็นที่ตั้งของสมรภูมิรบกัลลิโปลี เมื่อฝ่ายสัมพันธมิตรต้องการรุกคืบเข้าไปยังช่องแคบดาร์ดะเนลส์เพื่อบีบให้ตุรกีถอนตัวออกจากสงคราม

กลางวัน           รับประทานอาหาร ณ ภัตตาคาร (2)
จากนั้นเดินทางสู่ เมืองทรอย (Troy)  ที่มีชื่อเสียงมาแต่ในอดีต สร้างขึ้นเมื่อ 4,000 ปีมาแล้ว ในอดีตผู้คนส่วนใหญ่คิดว่าเป็นนิยายที่แต่งขึ้นและนำมาสร้างเป็นภาพยนตร์ แต่ในศตวรรษที่ 19 ได้มีการขุดค้นและพบซากเมืองโบราณที่เป็นเมืองทรอยในอดีตว่ามีอยู่จริง ตั้งอยู่บนฝั่งทะเลใกล้ๆ ปากช่องแคบดาร์ดะเนลส์ที่แยกยุโรปกับเอเชียออกจากกัน ตุรกีจึงได้สร้างม้าไม้จำลองเพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวจากทั่วโลกที่หลงไหลในมหากาพย์อีเลียต นำท่าน ถ่ายรูปกับม้าไม้ตามตำนาน (Tojan Horse)
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองไอย์วาลิก (Ayvalik) ระยะทางประมาณ 140 กิโลเมตร ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง
เย็น                  รับประทานอาหาร ณ ภัตตาคาร (3)
 
พักที่ GRAND HALIC HOTEL หรือเทียบเท่า
โรงแรมคอนเฟิร์มจะแจ้งในใบนัดหมายการเดินทางอีกครั้ง โดยทางบริษัทจะส่งให้ก่อน 5-7 วันก่อนเดินทาง

 
วันที่ 3 เมืองโบราณเอเฟซุส - บ้านพระแม่มารี - โรงงานผลิตเครื่องหนัง - เมืองปามุคคาเล่
 
เช้า                  รับประทานอาหาร ณ ห้องอาหารโรงแรม (4)
            เดินทางสู่ เมืองคูซาดาซึ (Kusadasi) ระยะทางประมาณ 250 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 3.30 ชั่วโมง เมืองคูซาดาซีเป็นเมืองท่าในอดีต เป็นจุดส่งถ่ายสินค้าที่สำคัญของพ่อค้าวานิชจากยุโรปและแอฟริกาใต้ จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองโบราณเอเฟซุส (Ephesus Ancient City)  เมืองโบราณที่มีการบำรุงรักษาไว้เป็นอย่างดีอีกเมืองหนึ่ง ซึ่งเมืองนี้เคยเป็นที่อยู่ของชาวโยนกจากกรีก ซึ่งอพยพเข้ามาปักหลักและสร้างเมือง เมืองนี้เคยรุ่งเรืองในศตวรรษที่ 6 ก่อนคริสตกาล ต่อมาถูกรุกรานเข้ายึดครองโดยพวกเปอร์เซียและกษัตริย์อเล็กซานเดอร์มหาราช ภายหลัง เมื่อโรมันเข้าครอบครองก็ได้สถาปนา เอฟฟิซุส ขึ้นเป็นเมืองหลวงต่างจังหวัดของโรมัน นำท่านเดินบนถนนหินอ่อนผ่านใจกลางเมืองเก่าที่สองข้างทางเต็มไปด้วยซากสิ่งก่อสร้างเมื่อสมัย 2,000 ปีที่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นโรงละครกลางแจ้งที่สามารถจุผู้ชมได้กว่า 30,000 คน ยังคงใช้งานได้จนถึงปัจจุบันนี้ นำท่านชม ห้องอาบน้ำแบบโรมันโบราณ Roman Bath ที่ยังคงเหลือร่องรอยของห้องอบไอน้ำให้เห็นอยู่จนถึงทุกวันนี้ ห้องสมุดโบราณที่มีวิธีการเก็บรักษาหนังสือไว้ได้เป็นอย่างดีทุกสิ่งทุกอย่างล้วนเป็นศิลปะแบบเฮเลนนิสติคที่มีความอ่อนหวานและฝีมือปราณีต
จากนั้นเดินทางสู่ บ้านพระแม่มารี (House of Virgin Mary) ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นสถานที่สุดท้ายที่พระแม่มารีอาศัยอยู่กระทั่งสิ้นพระชนม์ การค้นพบสถานที่แห่งนี้ค่อนข้างปาฏิหาริย์ทีเดียว โดยเมื่อช่วงประมาณปีค.ศ.1774 - 1824 แม่ชีชาวเยอรมันชื่อแอนน์ แคเทอรีน เอเมอริช เกิดนิมิตเห็นภาพบ้านพระแม่มารี จึงเขียนบรรยายสถานที่ไว้ในหนังสืออย่างละเอียดราวกับเห็นด้วยตาตัวเอง นับจากนั้นหลายปีมีการพยายามค้นหาบ้านแห่งนี้โดยอ้างอิงตามคำบอกของเอเมอริช จนกระทั่งค้นพบในปีค.ศ.1891 ปัจจุบันที่นี่กลายเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์เพื่อการสักการะของทั้งชาวมุสลิมและคริสเตียน โดยวันที่ 15 สิงหาคม ทุกปีจะมีพิธีสวดมนต์เพื่อระลึกถึงวันที่พระเยซูนำพระแม่มารีขึ้นสู่สวรรค์  จากนั้นไปชม โรงงานผลิตเครื่องหนัง  ตุรกีเป็นประเทศที่ส่งออกหนังวัตถุดิบให้กับแบรนด์ไฮเอนด์ทางฝั่งยุโรปอีกด้วย อิสระให้ท่านได้เลือกซื้อของฝากตามอัธยาศัย
 
กลางวัน           รับประทานอาหาร ณ ภัตตาคาร (5)
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองปามุคคาเล่ (Pamukkale) ระยะทางประมาณ 190 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2.30 ชั่วโมง คำว่าปามุคคาเล่ในภาษาตุรกีแปลว่า ปราสาทปุยฝ้าย เป็นน้ำตกหินปูนสีขาวที่เกิดจากธารน้ำใต้ดินที่มีอุณหภูมิประมาณ 35 องศาเซลเซียส ซึ่งมีแร่หินปูนแคลเซียมออกไซด์ ผสมอยู่ในปริมาณที่สูงมาก ไหลรินลงมาจากภูเขา เกิดเป็นประติมากรรมธรรมชาติอันสวยงามและแปลกตาโดนเด่นเป็นเอกลักษณ์

เย็น                  รับประทานอาหาร ณ ห้องอาหารของโรงแรม (6) 
พักที่ PAM THERMAL HOTEL หรือเทียบเท่า
โรงแรมคอนเฟิร์มจะแจ้งในใบนัดหมายการเดินทางอีกครั้ง โดยทางบริษัทจะส่งให้ก่อน 5-7 วันก่อนเดินทาง

 
วันที่ 4 เมืองโบราณเฮียราโพลีส – ปราสาทปุยฝ้าย – เมืองคอนย่า – พิพิธภัณฑ์เมฟลาน่า – คาราวานซาไร
เมืองคัปปาโดเกีย - การแสดงระบำหน้าท้อง
 
เช้า                  รับประทานอาหาร ณ ห้องอาหารโรงแรม (7)
นำท่านเดินทางสู่ เมืองโบราณเฮียราโพลีส (Hierapolis) ตามตำนานกล่าวว่าสร้างขึ้นในราว 190  ปีก่อนคริสตกาล ใกล้ๆ กับธารน้ำแร่ร้อน ต้นธารแห่งปามุคคาเล (ในปัจจุบัน) เฮียราโพลิสเป็นเมืองศักดิ์สิทธิ์ ศูนย์กลางทางศาสนา ปัจจุบันนี้แม้จะเหลือเพียงซาก แต่ยังคงมีเสน่ห์ จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ ปราสาทปุยฝ้าย (Cotton Castle) มีจุดเด่นที่หน้าผาสีขาวขุ่นหน้าตาเหมือนธารน้ำแข็งขั้นบันได เกิดจากน้ำแร่ร้อนที่มีส่วนผสมของแคลเซียมออกไซด์ผุดขึ้นจากใต้ดิน ตกตะกอนเป็นหินปูนห่มเนินเขาทั้งลูกมานับพันปีจนกลายเป็นชั้นหินลดหลั่นเหมือนระเบียงหิมะ งดงามจนได้รับการประกาศให้เป็นมรดกโลกทางวัฒนธรรมและชาติในปีค.ศ. 1988
 
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองคอนย่า (Konya) ระยะทางประมาณ 400 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 4.50 ชั่วโมง ในอดีตเมืองนี้เป็นเมืองหลวงของอาณาจักร เซลจูค ในช่วงปี ค.ศ. 1071 – 1308 รวมทั้งยังเป็นศูนย์กลางที่สําคัญของภูมิภาคแถบนี้ ท่านจะได้เพลิดเพลินกับทัศนียภาพที่งดงามตามธรรมชาติตลอดสองฝั่งทาง ของภูมิภาคตอนกลางของตุรกี ท่านจะได้ชมวิถีชีวิตตามชนบทและทัศนียภาพที่สวยงามของทุ่งหญ้าสลับกับภูเขา

กลางวัน        รับประทานอาหาร ณ ภัตตาคาร (8)
จากนั้นนำท่านสู่ พิพิธภัณฑ์เมฟลาน่า (Mevlana Museum)  ซึ่งก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1231 โดย เมฟลาน่า เจลาเลดดิน รูบี ซึ่งเชื่อกันว่าชายคนนี้เป็นผู้วิเศษของศาสนาอิสลาม หรือเรียกได้ว่าเป็นผู้ชักชวนคนที่นับถือศาสนาคริสต์ให้เปลี่ยนมานับถือศาสนาอิสลาม เดิมเป็นสถานที่นักบวชในศาสนาอิสลามทำสมาธิโดยการเดินหมุนเป็นวงกลมขณะฟังเสียงขลุ่ยส่วนหนึ่งของพิพิธภัณฑ์เป็นสุสานของเมฟลาน่า เจลาลุคดิน รูมี่อาจารย์ทางปรัชญาประจำราชสำนักแห่งสุลต่านอาเลดิน เคย์โคบาทภายนอกเป็นหอทรงกระบอกปลายแหลมสีเขียวสดใส ภายในประดับฝาผนังแบบมุสลิมและยังเป็นสุสานสำหรับผู้ติดตาม สานุศิษย์ บิดา และบุตรของเมฟลาน่าด้วย

นำท่านเดินสู่ เมืองคัปปาโดเกีย (Cappadocia) ระยะทางประมาณ 235 กิโลเมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 2.45 ชั่วโมง หนึ่งในมรดกโลกที่ประกาศโดยองค์การยูเนสโกเมื่อปีค.ศ. 1985 ภาพแปลกตาน่าพิศวงทุกภาพที่ปรากฏ ท่านอาจแทบไม่เชื่อว่านี่คือฝีมือของธรรมชาติล้วนๆ ภายหลังที่ภูเขาไฟระเบิดขึ้นเมื่อราวๆ 2 ล้านปีที่ผ่านมา ก็มีลาวาและเถ้าถ่านพวยพุ่งออกมาเป็นจำนวนมาก พอเย็นตัวลงก็กลบแผ่นดินเดิมหนาขึ้นร่วม 150 เมตร กลายเป็นชั้นดินใหม่ กว่าจะเป็นริ้วคลื่น หินเป็นลอนสวยงาม หินเป็นแท่ง ปล่องไฟ กรวย หินรูปเห็ด รูปเจดีย์ ก็ต้องถูกทั้งกัดกร่อนจากลม ฝน หิมะ และสายน้ำมานับล้านปี ซึ่งท่านจะเริ่มมองเห็นวิวสองข้างประปรายเมื่อเริ่มเข้าสู่คัปปาโดเกีย แวะถ่ายรูป คาราวานซาไร (Caravansarai)  จุดพักขบวนสินค้าโบราณในสมัยจักรวรรดิออตโตมันในอดีต

เย็น                  รับประทานอาหาร ณ ห้องอาหารของโรงแรม (9)
พักที่ AVRASYA Hotel หรือเทียบเท่า
โรงแรมคอนเฟิร์มจะแจ้งในใบนัดหมายการเดินทางอีกครั้ง โดยทางบริษัทจะส่งให้ก่อน 5-7 วันก่อนเดินทาง

 
วันที่ 5 ขึ้นบอลลูนชมความสวยงามของเมืองคัปปาโดยเกีย (ไม่รวมกับค่าทัวร์)
พิพิธภัณฑ์กลางเมืองเกอเรเม่ – นครใต้ดินไคมัคลี – โรงงานทอพรม – หมู่บ้านอวานอส
 
โปรแกรมพิเศษ (ราคาไม่รวมอยู่ในค่าทัวร์)
สำหรับท่านใดที่สนใจขึ้นบอลลูนชมความงามของเมืองคัปปาโดเกีย มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม ประมาณ USD 200 ต่อท่าน (กรุณาเช็คราคาอีกครั้งกับทางหัวหน้าทัวร์ก่อนชำระเงิน) เวลาประมาณ 05.00 น. เจ้าหน้าที่ของบริษัทบอลลูนจะมารับท่านที่บริเวณล็อบบี้ของโรงแรม ชมความงดงามของเมืองคัปปาโดเกี
ในอีกมุมหนึ่งที่หาชมได้ยาก ใช้เวลาอยู่บอลลูนประมาณ 1 ชั่วโมง โดยบริษัทบอลลูนจะมีทำประกันภัยให้ท่าน แต่บริษัทประกันภัยที่ทำจากเมืองไทย ไม่ครอบคลุมกรณีขึ้นบอลลูน
 
เช้า                  รับประทานอาหาร ณ ห้องอาหารโรงแรม (10)
นำท่านเดินทางสู่ เมืองเกอเรเม่ Goreme นำท่านชม พิพิธภัณฑ์กลางแจ้งเมืองเกอเรเม่ (Goreme Open Air Museum) ที่เป็นศูนย์กลางของศาสนาคริสต์ในช่วง ค.ศ. ที่ 9 เกิดจากความคิดของชาวคริสต์ที่ต้องการเผยแพร่ศาสนา โดยการขุดถ้ำเป็นจำนวนมากเพื่อสร้างโบสถ์ และยังเป็นการป้องกันการรุกรานจากชนเผ่าลัทธิอื่นที่ไม่เห็นด้วยกับศาสนาคริสต์อีกด้วย อิสระเที่ยวชม และถ่ายรูปตามเหล่าอาคารบ้านเรือนของชาวเมืองคัปปาโดเกีย ที่เกิดจากการขุดเข้าไปในหินภูเขาไฟ และใช้เป็นที่อยู่อาศัย รวมถึงใช้เป็นศาสนสถานต่างๆ

 
กลางวัน          รับประทานอาหาร ณ ภัตตาคาร (11)
นำท่านเดินทางสู่  นครใต้ดินไคมัคลี (Kaymakli Underground City)  ซึ่งเป็นหนึ่งในนครใต้ดินที่ใหญ่ที่สุด นครใต้ดินใหญ่แห่งนี้ มีห้องอยู่มากมาย มีครบทั้งห้องนอน ห้องครัว ห้องน้ำ ห้องอาหาร ฯลฯ
นำท่านเดินทางสู่ โรงงานทอพรม (Carpet Factory)  ชมวิธีการทอพรหมแบบดั้งเดิม ซึ่งเป็นสินค้าที่มีชื่อเสียงของประเทศตุรกี จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ หมู่บ้านอวานอส (Avanos Village) ซึ่งเป็นหมู่บ้านที่มีชื่อเสียงเกี่ยวกับเครื่องปั้นดินเผา และงานเซรามิก อวานอสเป็นเมืองเล็กๆที่มีแม่น้ำไหลผ่าน แต่เป็นแม่น้ำตะกอนแดง ชาวบ้านเลยนำดินจากแม่น้ำมาปั้นใช้เป็นอุปกรณ์และเครื่องใช้ ท่านสามารถชมการสาธิตการทำเครื่องปั้นดินเผาแบบดั้งเดิมของชาวคัปปาโดเกียได้ที่นี่
 
เย็น                    รับประทานอาหาร ณ ห้องอาหารของโรงแรม (12)
ชม การแสดงระบำหน้าท้อง (Belly Dance) ระบำหน้าท้องเป็นความบันเทิงเริงใจที่ตกทอดมาตั้งแต่ยุคโบราณหลายพันปี เป็นการเต้นที่โยกย้ายเรือนกาย เอว สะโพก และบังคับกล้ามเนื้อหน้าท้องอย่างพลิ้วไหว ด้วยชุดสุดหวาบหวิว นักเต้นก็มีความชำนาญและประสบการณ์อย่างมาก ถือเป็นศาสตร์และศิลปะอย่างหนึ่งของพวกอาหรับและประเทศในแถบเมดิเตอร์เรเนียน
 
พักที่ AVRASYA Hotel หรือเทียบเท่า
โรงแรมคอนเฟิร์มจะแจ้งในใบนัดหมายการเดินทางอีกครั้ง โดยทางบริษัทจะส่งให้ก่อน 5-7 วันก่อนเดินทาง
 
  
วันที่ 6 กรุงอีสตันบูล (บินภายใน) – พระราชวังโคลมาบาห์เช – ล่องเรือช่องแคบบอสฟอรัส – ตลาดสไปซ์
 

เช้า              รับประทานอาหาร ณ ห้องอาหารโรงแรม (13)
                   ออกเดินทางสู่ ท่าอากาศยานไคเซอรร์รี่ ประเทศตุรกี เพื่อออกเดินทางสู่ กรุงอิสตันบูล
11.15 น.      เดินทางสู่ กรุงอิสตันบูล โดยเที่ยวบินที่ TK2027 สายการบิน Turkish Airlines บริการอาหารว่างและเครื่องดื่มบนเครื่อง
12.55 น.        เดินทางถึง กรุงอิสตันบูล ประเทศตุรกี
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ กรุงอิสตันบูล (Istanbul) มหานครสองทวีป เมืองสำคัญที่สุดของประเทศตุรกี มีตำนานการสร้างเมืองมาแล้วเป็นเวลากว่า 2,700 ปี โดยไบซัส (Byzas) ผู้นำชาวเมการา (Megara) ตามคำแนะนำของเทพพยากรณ์ที่วิหารเดลฟีในกรีซ ติดกับช่องแคบบอสปอรัส เดิมชื่อว่า ไบเซนทิอุม (Byzantium) มีถึงสมัยจักรพรรดิคอนสแตนตินมหาราช ทรงแสวงหาชัยภูมิอันเหมาะสมเพื่อสร้างกรุงโรมใหม่ทรงเลือกเมืองนี้ มีการก่อกำแพงเมืองล้อมรอบภูเขา 7 ลูกให้เหมือนกับกรุงโรม สถาปนาเมืองนี้ใหม่ขึ้นว่า คอนสแตนติโนเปิล (Constantinople) เมื่อวันที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ.779 มีประชากรมากเกือบ 1 ล้านคน
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ พระราชวังโดลมาบาห์เช (Dolmabahce Palace) สร้างโดยสุลต่านอับดุล เมซิด (Abdul Mecit ) ในปี 2399 ใช้เวลาสร้างถึง 30 ปี สร้างด้วยหินอ่อน ศิลปะแบบตะวันออกผสมผสานกับตะวันตก ตัวอาคารยาวถึง 600 เมตร ตั้งอยู่ริมชายฝั่งทะเลมาร์มาราในช่องแคบบอสฟอรัสบนฝั่งทวีปยุโรป จุดเด่นของวังแห่งนี้คือมีการประดับตกแต่งด้วยความประณีตวิจิตรตระการตามีทั้งเฟอร์นิเจอร์ พรม โคมไฟ เครื่องแก้วเจียระใน และรูปเขียน รูปถ่ายต่างๆ ที่มีชื่อเสียงมาก
นำท่าน ล่องเรือช่องแคบบอสฟอรัส (Bosphorus Cruise) เพลิดเพลินกับทิวทัศน์สวยงามสองฝั่ง ฝั่งยุโรป- ผ่านพระราชวังโดลบามาเช โรงแรมชีราอาน โรงแรมเคมปินสกี้อันเลิศหรู ตรงกันข้ามฝั่งเอเชียจะเป็นย่านเรียกว่า เฟติ อาห์เมต ปาซา ยาลี เรียงรายไปด้วยเรือนไม้ฤดูร้อน และสถานทูตต่างชาติในยุคออตโตมัน ผ่านไปใต้สะพานบอสฟอรัสฝั่งยุโรปเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่มีสีสัน ทั้งหอศิลป์ บาร์ ร้านอาหารมีระดับ จากนั้นเรือจะล่องสู่ย่านชานเมืองที่สงบและมีเสน่ห์แบบโบราณ เมื่อเรือลอดใต้สะพานลอดช่องแคบแห่งที่สอง-สะพานฟาติห์ เสียงอึกทึกในตัวเมืองจะแผ่วลง เหลือแต่เสียงหวูดเรือประมงเล็กๆ ที่กลับจากหาปลาตอนกลางวัน และเรือบรรทุกน้ำมันของรัสเซียและโรมาเนียที่แล่นเข้าออกช่องแคบบอสฟอรัสและดาร์ดะเนลส์ ซึ่งสะท้อนให้เห็นภาพอดีตที่รัสเซียถือเอาช่องแคบตุรกีเป็นกุญแจปิดล็อกประตูหลังบ้านของตน
จากนั้นนำท่านสู่ ตลาดสไปซ์ (Spice Market) ร้านรวงเต็มไปด้วยสีสัน ตลาดนี้จะขายเครื่องเทศเป็นหลัก นอกจากนั้นก็มีสินค้าอื่นๆ และราคาดูเหมือนจะย่อมเยาว์ นอกจากเครื่องเทศแล้ว ก็ยังจะมี เซรามิก จาน ชาม ถ้วยชา แจกัน โถ เครื่องดนตรีพื้นเมือง โคมไฟ เครื่องดูดบารากู่ ทองคำ เครื่องเงิน เครื่องประดับต่างๆ ของที่ระลึกพวกพวงกุญแจ กระเบื้องเพนท์ติดผนัง ของกินเล่นอย่างชา กาแฟ ถั่วแมคคาดาเมีย พิตาชิโอ ขนมหวานตุรกีอย่างเตอร์กิสดีไลท์ ตาปีศาจ เครื่องรางสุดฮิต ฯลฯ
 
เย็น                  รับประทานอาหาร ณ ห้องอาหารของโรงแรม (14) 
พักที่ RAMADA PLAZA TEKSTILKENT HOTEL หรือเทียบเท่า
 โรงแรมคอนเฟิร์มจะแจ้งในใบนัดหมายการเดินทางอีกครั้ง โดยทางบริษัทจะส่งให้ก่อน 5-7 วันก่อนเดินทาง

 
วันที่ 7 สุเหร่าสีน้ำเงิน – ฮิปโปโดรม – มหาวิหารเซนต์โซเฟีย  – อ่างเก็บน้ำใต้ดิน - ท่าอากาศยานอตาเติร์ก

 
เช้า                  รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม (15)
นำท่านเที่ยวชม สุเหร่าสีน้ำเงิน (Blue Mosque) สร้างขึ้นในสมัยสุลต่านอะห์เมตที่ 1 ซึ่งมีพระประสงค์จะสร้างมัสยิดของจักรวรรดิไบแซนไทน์ให้ได้ โดยสุเหร่านี้สร้างใกล้กับโบสถ์เซนต์โซเฟีย แต่อย่างไรก็ตามโบสถ์เซนต์โซเฟีย ก็ยังเป็นโบสถ์ที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในตุรกี
จากนั้นนำท่านชม ฮิปโปโดรม (Hippodrome) หรือจัตุรัสสุลต่านอาห์เมต สร้างในสมัยจักรพรรดิเซปติมิอุส เซเวรุส ฮิปโปโดรมมีบทบาทมากมายในหน้าประวัติศาสตร์ ธีโอโดรา ชายาของจักรพรรดิจัสติเนียน ปรากฏตัวขึ้นครั้งแรกที่ฮิปโปโดรมในฐานะนางระบำและเป็นที่ต้องพระทัยของจักรพรรดิในทันที และที่นี่ก็เป็นฉากในเหตุการณ์การจลาจลเพื่อชัยชนะของกลุ่มศาสนาสีฟ้าและสีเขียวที่ลุกลามเป็นสงครามกลางเมือง จุดเด่นที่เหลือรอดมาถึงทุกวันนี้คือ โอบีลิสก์ฟาโรห์ธุตโมส เสางู และเสาคอลัมน์คอนสแตนตินที่ 7 แต่แผ่นทองสำริดที่หุ้มเสาเหล่านี้อยู่ถูกขนไปยังเวนิส หลังการเข้าปล้นสะดมของละตินในปีค.ศ.1203 ม้าทองคำ 4 ตัวเหนือประตูใหญ่วิหารเซนต์มาร์คในเวนิสก็นำไปจากที่นี่
นำท่านชม มหาวิหารเซนต์โซเฟีย (St.Sophia) หนึ่งในเจ็ดสิ่งมหัศจรรย์ของโลกยุคกลางที่สร้างมายาวนานเกือบ 1,500 ปี จักรพรรดิจัสติเนียน แห่งอาณาจักรไบแซนไทน์ทรงพระบัญชาให้สองสถาปนิกแห่งยุคทำการบูรณะโบสถ์หลังเก่า โดยออกแบบและปรับปรุงให้ยิ่งใหญ่อลังการอย่างที่ไม่เคยมีใครทำมาก่อนในโลก งบประมาณไม่อั้น เซนต์โซเฟียดำรงสถานะเป็นโบสถ์คริสต์มากว่า 900 ปี ก่อนจะมาถึงจุดเปลี่ยนเมื่อ 29 พฤษภาคม ค.ศ.1453 เมื่อกรุงคอนสแตนติโนเปิลถูกตีแตกโดยสุลต่านเมห์เมตที่ 2 และยึดเมืองหลวงแห่งไบแซนไทน์ได้ ก็ทรงเสด็จไปยังเซนต์โซเฟียเพื่อทำการละหมาด พร้อมทั้งบัญชาให้เปลี่ยนสถานะจากโบสถ์คริสต์เป็นมัดยิดของชาวมุสลิม โดยให้ฉาบปูนปิดทับภาพโมเสกอันสวยงามให้หมด

กลางวัน        รับประทานอาหาร ณ ภัตตาคาร (16)
นำท่านเดินทางสู่สวนสาธารณะเพื่อ ชมเทศกาลดอกทิวลิป (Tulip Festival 2018) โดยที่ตลอดเดือน เมษายน ของทุกปี สวนสาธารณะแห่งนี้จะใช้เป็น สถานที่จัดงาน เทศกาลดอกทิวลิป โดยแท้จริงแล้ว ประเทศตุรกี เป็นต้นกำเนิดดอกทิวลิปของโลก ให้ท่านได้อิสระกับการถ่ายภาพดอกทิวลิปหลากสี หลายสายพันธุ์ นับเป็นล้าน ๆ ดอก ได้ตามอัธยาศัย
จากนั้นนำท่านชม อ่างเก็บน้ำใต้ดินบาซิลิกา (Underground Basilica) ที่นี่เป็นที่เก็บน้ำใต้ดินที่ถูกสร้างขึ้นโดยผู้ปกครองจักรวรรดิ์ Byzantine ชื่อ Justinian (527-565) น้ำใต้ดินแห่งนี้ถูกส่งไปที่ Imperial palace และประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ ที่เก็บน้ำใต้ดินแห่งนี้ได้ถูกปรับปรุงซ่อมแซมอยู่หลายครั้ง จนมาปี 1985-1987 ได้มีการซ่อมแซมครั้งใหญ่ นำโคลนกว่าห้าหมื่นตันออกมาและมีการสร้างทางเดินขึ้นเพื่อเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชม
 
สมควรแก่เวลานำท่านสู่ อตาเติร์ก เมืองอิสตันบูล ประเทศตุรกี เพื่อเตรียมตัวกลับสู่ กรุงเทพมหานคร
20.10 น.      ออกเดินทางกลับสู่ กรุงเทพมหานคร โดยเที่ยวบินที่ TK64 สายการบิน Turkish Airlines บริการอาหารและเครื่องดื่มบนเครื่อง
 
 
วันที่ 8 กรุงเทพฯ (ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ)
 
09.40 น.      เดินทางถึง ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ อาคารผู้โดยสารขาเข้า  โดยสวัสดิภาพ

ตารางวันเดินทาง

อัตราค่าบริการ
 
กำหนดวันเดินทาง ผู้ใหญ่ 1 ท่าน
พักห้องละ 2 ท่าน
พักเดี่ยว
::ราคาโปรโมชั่น!!!ไม่มีราคาเด็ก::
04 – 11 เมษายน 61 43,900 7,900
09 – 16 เมษายน 61 (วันสงกรานต์) 46,900 7,900
11 – 18 เมษายน 61 (วันสงกรานต์) 46,900 7,900
ราคาโปรโมชั่น ไม่สามารถสะสมไมล์ได้


***ก่อนตัดสินใจจองทัวร์ ควรอ่านเงื่อนไขการเดินทางอย่างถ่องแท้ แล้วจึงวางมัดจำ
เพื่อประโยชน์ของท่านเอง***
 

หมายเหตุ : รายการท่องเที่ยวอาจมีการสลับหรือเปลี่ยนแปลงได้ตามความเหมาะสมโดยมิแจ้งให้ทราบล่วงหน้า ในกรณีที่มีเหตุการณ์สุดวิสัย หรือภัยธรรมชาติ หรือเหตุการณ์ที่ไม่ได้อยู่ภายใต้การควบคุมของบริษัทฯ หากเกิดเหตุการณ์สุดวิสัย ทางบริษัทของสงวนสิทธิ์ในการสลับหรือเปลี่ยนแปลงโปรแกรมตามความเหมาะสม ทั้งนี้ บริษัทฯ จะคำนึงถึงความปลอดภัย ตลอดจนผลประโยชน์ของคณะเป็นสำคัญ
การเดินทางในแต่ละครั้งจะต้องมีผู้เดินทางจำนวน 30 ท่านขึ้นไป
ถ้าผู้เดินทางไม่ครบจำนวนดังกล่าว บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการ เลื่อนการเดินทาง หรือ เปลี่ยนแปลงราคา
 
ยังไม่รวมค่าทิปมัคคุเทศก์ท้องถิ่น และคนขับรถท่านละ 60 USD ตลอดทริป
กรุณาชำระมัดจำท่านละ 15,000 บาท ภายใน 3 วันหลังจากที่ทำการจอง
หากไม่ชำระภายในวันที่กำหนด ทางบริษัทขออนุญาตตัดที่นั่งตามเงื่อนไข

อัตราค่าบริการนี้รวม
  • ค่าตั๋วเครื่องบินไป-กลับ ตามเที่ยวบินที่ระบุในรายการท่องเที่ยว
  • ค่าภาษีสนามบิน ภาษีน้ำมัน
  • ค่าห้องพักโรงแรม (ห้องละ 2 หรือ 3 ท่าน) ตามที่ระบุในรายการท่องเที่ยวหรือระดับเดียวกัน
  • ค่าอาหาร ค่าเข้าชม และค่ายานพาหนะทุกชนิดตามที่ระบุในรายการท่องเที่ยว
  • ค่าใช้จ่ายมัคคุเทศก์ / หัวหน้าทัวร์ ที่คอยอำนวยความสะดวกตลอดการเดินทาง
  • ค่าประกันอุบัติเหตุ คุ้มครองในระหว่างการเดินทาง วงเงิน 1,000,000 บาท (เงื่อนไขตามกรรมธรรม์
อัตราค่าบริการนี้ไม่รวม
  • ค่าธรรมเนียมในการทำหนังสือเดินทาง หรือเอกสารต่างด้าวต่างๆ
  • ค่าระวางกระเป๋าน้ำหนักเกินกว่าที่สายการบินกำหนด
  • ค่าธรรมเนียมวีซ่า
  • ค่าใช้จ่ายส่วนตัว เช่น อาหาร-เครื่องดื่ม นอกเหนือจากรายการท่องเที่ยว ค่าซักรีด ค่าโทรศัพท์ มินิบาร์และทีวีช่องพิเศษของโรงแรม เป็นต้น
  • ค่าภาษีมูลค่าเพิ่มและภาษีหัก ณ ที่จ่ายของแต่ละประเทศ
  • ค่าทิปมัคคุเทศก์ท้องถิ่น และคนขับรถท่านละ 60 USD ตลอดทริป ส่วนหัวหน้าทัวร์ไทยแล้วแต่ท่านพึงพอใจในการบริการ
 
เงื่อนไขการชำระเงิน
  • ชำระค่ามัดจำ ท่านละ 15,000 บาท หลังจากทำการจองภายใน 3 วัน
  • ชำระเงินค่าทัวร์ส่วนที่เหลือภายใน 21 วัน ก่อนออกเดินทาง
 
เงื่อนไขการยกเลิก
  • ยกเลิกก่อนการเดินทาง 30 วัน ทางบริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการยึดมัดจำเต็มจำนวน
  • ยกเลิกก่อนการเดินทาง 21 วัน ทางบริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์เก็บค่าใช้จ่าย 100% ของราคาทัวร์ทั้งหมด
  • กรณีกรุ๊ปที่เดินทางช่วงวันหยุด เทศกาลต่างๆ เช่น ปีใหม่ สงกรานต์ เป็นต้น ทางบริษัทฯ ต้องมีการการันตีมัดจำที่นั่งกับทางสายการบิน รวมถึงเที่ยวบินพิเศษ เช่น Charter Flight และโรงแรมที่พักต่างๆ ทางบริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ไม่คืนค่ามัดจำ หรือ ค่าทัวร์ทั้งหมด ไม่ว่ายกเลิกกรณีใดก็ตาม
  • เมื่อออกตั๋วแล้ว หากท่านมีเหตุบางประการทำให้เดินทางไม่ได้ ไม่สามารถขอคืนค่าตั๋วได้ เนื่องจากเป็นนโยบายของสายการบิน
หมายเหตุ
  • บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ที่จะเลื่อนการเดินทาง หรือ เปลี่ยนแปลงราคา ในกรณีที่ผู้เดินทางไม่ถึง 30 คนขึ้นไป
  • ในกรณีที่สายการบินประการปรับขึ้นภาษีน้ำมัน ทางบริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ในการเรียกเก็บค่าภาษีน้ำมันเพิ่มตามความเป็นจริง
  • ตั๋วเครื่องบินที่ออกเป็นกรุ๊ปไม่สามารถเลื่อนวันเดินทางหรือขอคืนเงินได้
  • บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ที่จะเปลี่ยนแปลง หรือสลับรายการท่องเที่ยวตามความเหมาะสม ในกรณีที่เกิดเหตุสุดวิสัย หรือเหตุการณ์ที่อยู่เหนือการควบคุมของบริษัทฯ โดยบริษัทฯ จะคำนึงถึงความปลอดภัยและผลประโยชน์ของคณะผู้เดินทางเป็นหลัก
  • บริษัทฯ จะไม่รับผิดชอบใดๆ ทั้งสิน หากเกิดเหตุการณ์สุดวิสัย เช่น ความล่าช้าจากสายการบิน การยกเลิกเที่ยวบิน การเมือง การประท้วง การนัดหยุดงาน การก่อจลาจล ปัญหาจราจร อุบัติเหตุ ภัยธรรมชาติ หรือทรัพย์สินสูญหายอันเนื่องมาจากความประมาทของตัวท่านเอง หรือจากการโจรกรรม และอุบัติเหตุจากความประมาทของตัวท่านเอง
  • กรณีที่สถานที่ท่องเที่ยวใดๆ ที่ไม่สามารถเข้าชมได้เนื่องจากเหตุสุดวิสัย สภาพอากาศ เหตุการณ์ที่อยู่เหนือการควบคุมของบริษัทฯ เป็นต้น บริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ไม่คืนค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น
  • กรณีที่ท่านสละสิทธิ์ในการใช้บริการใดๆ หรือไม่เข้าชมสถานที่ใดๆ ก็ตามที่ระบุในรายการท่องเที่ยว หรือไม่เดินทางพร้อมคณะ ทางบริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ไม่คืนค่าใช้จ่ายไม่ว่ากรณีใดๆ ทั้งสิ้น
  • กรณีที่กองตรวจคนเข้าเมืองทั้งในประเทศไทย และในต่างประเทศมีปฏิเสธมิให้เดินทางเข้า-ออกตามประเทศที่ระบุไว้  เนื่องจากการครอบครองสิ่งผิดกฎหมาย สิ่งของต้องห้าม เอกสารเดินทางไม่ถูกต้อง หรือไม่ว่าด้วยเหตุผลใดๆ ก็ตามบริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ที่จะไม่คืนค่าทัวร์ไม่ว่ากรณีใดก็ตาม
  • กรณีที่ท่านใช้หนังสือเดินทางราชการ (เล่มสีน้ำเงิน) เดินทางเพื่อการท่องเที่ยวกับคณะทัวร์ หากท่านถูกปฏิเสธในการเข้า-ออกประเทศใดๆ ก็ตาม ทางบริษัทฯ ขอสงวนสิทธิ์ไม่คืนค่าทัวร์และรับผิดชอบใดๆ ทั้งสิ้น
 
กรณีผู้เดินทางไม่ผ่านการตรวจพิจารณาในการ เข้า-ออก โดยเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมือง ทั้งในประเทศไทยและประเทศปลายทาง อันเนื่องมาจากการกระทำที่ส่อไปในทางผิดกฎหมาย การหลบหนี หรือการถูกปฏิเสธในกรณีใดๆ ก็ตาม
ทางบริษัทฯ จะไม่รับผิดชอบและขอสงวนสิทธิ์ไม่คืนค่าใช้จ่ายใดๆ ทั้งสิ้น เนื่องจากเป็นการเหมาจ่ายกับตัวแทนบริษัทฯ